Posted by: umbrella666 | 22 กุมภาพันธ์ 2010

ร่มกระดาษสาบ่อสร้าง

“บ่อสร้างกางจ้อง” (จ้อง แปลว่า ร่ม) คำนี้ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมเรียกขานมานานจนติดปากไปแล้ว ถึงขั้นมีการนำไปใช้เป็นชื่อเพลงยอดนิยมของคุณทิวา ภูมิประเทศ (ทอม ดันดี) เลยทีเดียว

ที่มาของร่มบ่อสร้าง

ความเป็นมาเกี่ยวกับเรื่องการทำร่มกระดาษสาบ่อสร้าง มีการบอกเล่ากันมา 2 ทางด้วยกัน

เรื่องแรก ก็คือ ในสมัยก่อนมีพระธุดงค์มาปักกลดที่บ้านบ่อสร้าง แล้วกลดที่ปักไว้นั้นใช้การไม่ได้เนื่องจากมีลมพายุพัดแรงมาก ชายชราผู้หนึ่งชื่อเผือกได้ซ่อมแซมให้จนใช้ได้ และได้นำมาเป็นตัวอย่างดัดแปลงทำร่มใช้ขึ้นในเวลาต่อมา

อีกเรื่องหนึ่ง เล่าถึงที่มาของร่มบ่อสร้าง ประมาณกว่า 100 ปีมาแล้ว พระอินถาผู้เป็นภิกษุประจำสำนักสงฆ์วัดบ่อสร้างได้ธุดงค์ปฏิบัติธรรมไปยังที่ต่าง ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านธุดงค์เข้าไปใกล้ชายแดนพม่าและมีชาวพม่านำกลดมาถวาย ด้วยความที่ท่านมีความสนใจในเรื่องศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่าง ๆ อยู่แล้ว รู้สึกชอบกลดที่ชาวบ้านนำมาถวายจึงสอบถามถึงที่มา ชาวพม่าที่นำกลดมาถวายได้เล่าให้ฟังว่า เมืองที่เขาอยู่นั้นมีการทำกลดกัน ท่านจึงเดินทางเข้าไปในเมืองพม่า แล้วได้เห็นจริงตามที่ขาวพม่าผู้นั้นบอก ท่านมีความเห็นว่ากลดซึ่งมีลักษณะเหมือนร่มนี้ใช้กันแดดกันฝนได้ ทำจากวัสดุที่หาง่าย และสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก

พระอินถาตั้งใจศึกษาฝึกฝนจนสามารถทำร่มหรือกลดชนิดนี้ได้ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับมายังบ้านบ่อสร้างเพื่อเผยแพร่วิธีการทำร่ม โดยใช้วัดเป็นโรงเรียน ชาวบ้านมาสนใจเรียนการทำร่มจำนวนมาก โดยฝ่ายชายศึกษาเรื่องการทำโครงร่มโดยใช้ไม้บงหรือไม้ไผ่ ฝ่ายหญิงศึกษาเรื่องการทำกระดาษสาสำหรับใช้คลุมร่ม ไม่นานนักก็สามารถทำกันได้ จนกลายเป็นอาชีพหนึ่งรองจากการทำนา

จึงเกิดเป็นหมู่บ้านทำร่มขึ้นมาโดยเฉพาะ จนบ่อสร้างมีชื่อเสียงในการทำร่มมาจนถึงทุกวันนี้

ร่มบ่อสร้าง ร่มผ้าแพร

วิวัฒนาการของร่มบ่อสร้าง

แรกเริ่มในสมัยที่พระอินถานำงานทำร่มกระดาษสามาเผยแพร่ที่บ้านบ่อสร้างนั้น ท่านใช้กระดาษสาที่ได้จากต้นปอสาของป่าแถมหมู่บ้าน ตัวโครงก็ใช้ไม้บง หัวและตุ้มหรือจุกร่มใช้ไม้ส้มเห็ด คันร่มใช้ไม้รวก มียางตะโกเป็นกาวแล้วทาทับกระดาษสาด้วยน้ำมันยางเพื่อกันแดดกันฝน

ต่อมาก็ยังคงใช้โครงไม้บงหรือไม้ไผ่ แต่มีการนำพวกเปลือกไม้ ดินแดงและเขม่า ไปผสมยางไม้มาย้อมทาแทน จนเกิดเป็นสีดำและสีแดง

ทุกขั้นตอนล้วนต้องอาศัยฝีมือและความชำนาญ ชาวบ้านรุ่นนั้นทำร่มขึ้นเพื่อไปถวายวัดในเทศกาลงานบุญ หากทำได้จำนวนมากก็จะนำไปขายในเมือง

เมื่อขายดีเป็นที่นิยมก็มีการส่งเสริมการผลิตกันอย่างจริงจัง โดยเพิ่มการวาดสีสันลวดลายให้เกิดความงดงาม การทำร่มกระดาษสาจึงไม่ได้ทำขึ้นเพียงเพื่อใช้ในครอบครัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นอาชีพหลักของคนบ่อสร้างไปเสียแล้ว

การทำร่มกระดาษสาที่บ้านบ่อสร้าง ต้องอาศัยวัสดุอุปกรณ์หลายอย่างซึ่งแน่นอนว่าคนบ่อสร้างไม่สามารถผลิตชิ้น ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ได้เองทั้งหมดดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของแหล่งผลิตอื่นที่ต้องทำ อุปกรณ์มาขาย ให้แก่บ่อสร้างโดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง อาทิ หมู่บ้านต้นเปารับหน้าที่ทำกระดาษสา บ้านแม่ฮ้อยเงินทำด้ามร่ม บ้านต้นแหนทำโครงร่ม ซี่ร่ม ฯลฯ

ในช่วงแรกโครงเหล็กใช้ผ้าใบหรือพลาสติกแพร่หลายเข้ามาทำให้ร่มกระดาษสาบ่อสร้างเกือบเลิกการผลิตไปเหมือนกัน ชาวบ้านที่เคยยึดอาชีพทำร่มต้องหันไปประกอบอาชีพอื่น แต่ไม่นานนักก็มีผู้ตั้งศูนย์หัตถกรรมการทำร่มบ่อสร้างขึ้น ซึ่งในที่สุดก็กลายเป็นแหล่งผลิตร่มกระดาษสาบ่อสร้างจึงคืนสู่สังเวียน หัตถกรรมชั้นแนวหน้าของเชียงใหม่อีกครั้งในฐานะสัญลักษณ์เมืองเชียงใหม่ อย่างเต็มภาคภูมิ และเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดศูนย์หัตถกรรมร้านรวงใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย

ที่มา ชมรมส่งเสริมสล่าล้านนา
http://www.salahlanna.com


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: