Posted by: umbrella666 | 22 กุมภาพันธ์ 2010

ร่มสระว่ายน้ำ

ร่มสระว่ายน้ำ หรือ ร่มสระน้ำ สาเหตุที่เรียกว่า ร่มสระว่ายน้ำนั้น ทางร้านได้เรียกตามการใช้งานเป็นหลัก เนื่องจากร่มไม้เนื้อแข็งประเภทนี้ นิำยมวางประดับ ริมสระว่ายน้ำ ริมระเบียง หรือ แม้แต่ริมชายหาด เนื่องจากโครงสร้างทำด้วยไม้ที่มีคุณภาพสูง สามารถต้านทานแรงลมได้เป็นอย่างดี

ร่มสระว่ายน้ำำ หรือ ร่มไม้เนื้อแข็ง นี้ มีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปทรง ทั้งร่มทรงแปดเหลี่ยม ร่มทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ร่มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และ ร่มทรงหกเหลี่ยม อีกทั้งยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องต่างๆ เช่น มีระบายร่ม (ชายร่ม) ร่มชั้นเดียว สองชั้น ทั้งนี้ ผู้เขียนขอกล่าวถึงร่มทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นทรงที่นิยใช้กันมากที่สุดค่ะ

ร่มทรงแปดเหลี่ยม มี 3 ขนาดมาตรฐาน คือ
1. ขนาดรัศมี 40 นิ้ว หรือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร
2. ขนาดรัศมี 50 นิ้ว หรือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 เมตร
3. ขนาดรัศมี 60 นิ้ว หรือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร

องค์กระกอบต่างๆ ของตัวร่ม มีดังนี้
1. จุกร่ม คือ ส่วนบนสุดของร่ม ทำจากไม้กลึง มี 2 รูปทรง คือ ทรงกลมและทรงดอกบัว
2. ตุ้มร่ม มี 2 ตัว คือ ตุ้มตัวบนและตัวล่างอย่างละหนึ่งชิ้น เพื่อใช้ในการยึดติดก้านร่ม และเสาร่ม
3. ก้านร่ม ก้านร่มมี 2 ขนาด ก้านร่มแบบยาวสำหรับขึงผ้าร่ม ก้านร่มแบบสั้นสำหรับควบคุมการปิด-เปิดร่ม
4. ตัวเบรคร่ม มีไว้สำหรับคั่นไม่ให้ตุ้มร่มตัวล่างหลุดร่วงลงมา เวลากางร่มได้ระดับแล้ว โดยทั่วไปตัวเบรคจะทำจากเหล็ก มีทั้งแบบมีหัวจุกไม้ และเป็นเหล็กดัด
5. เสาร่ม เสาร่มมี 2 แบบเสาเดี่ยว (แข็งแรงสวยงาม รับแรงลมได้ดีกว่าแบบสองท่อน แต่มีข้อเสียคือ ขนส่งลำบาก ค่าขนส่งจะแพง) และแบบเสาสองท่อน (สะดวกในการขนส่งเป็นอย่างมาก)
6. รอก มีไว้เพื่อทุ่นแรงในกางดึงร่มให้กางออก เนื่องจากร่มทำจากไม้ มีน้ำหนักมาก ขนาดของร่มที่ควรมีรอก คือ 50 นิ้ว และ 60 นิ้ว

ภาพแสดงส่วนต่างๆ ของตัวร่ม
ร่มไม้เนื้อแข็ง โครงสร้างร่ม ร่มสระว่ายน้ำ ร่มสระน้ำ

Posted by: umbrella666 | 22 กุมภาพันธ์ 2010

ร่มกระดาษสาบ่อสร้าง

“บ่อสร้างกางจ้อง” (จ้อง แปลว่า ร่ม) คำนี้ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมเรียกขานมานานจนติดปากไปแล้ว ถึงขั้นมีการนำไปใช้เป็นชื่อเพลงยอดนิยมของคุณทิวา ภูมิประเทศ (ทอม ดันดี) เลยทีเดียว

ที่มาของร่มบ่อสร้าง

ความเป็นมาเกี่ยวกับเรื่องการทำร่มกระดาษสาบ่อสร้าง มีการบอกเล่ากันมา 2 ทางด้วยกัน

เรื่องแรก ก็คือ ในสมัยก่อนมีพระธุดงค์มาปักกลดที่บ้านบ่อสร้าง แล้วกลดที่ปักไว้นั้นใช้การไม่ได้เนื่องจากมีลมพายุพัดแรงมาก ชายชราผู้หนึ่งชื่อเผือกได้ซ่อมแซมให้จนใช้ได้ และได้นำมาเป็นตัวอย่างดัดแปลงทำร่มใช้ขึ้นในเวลาต่อมา

อีกเรื่องหนึ่ง เล่าถึงที่มาของร่มบ่อสร้าง ประมาณกว่า 100 ปีมาแล้ว พระอินถาผู้เป็นภิกษุประจำสำนักสงฆ์วัดบ่อสร้างได้ธุดงค์ปฏิบัติธรรมไปยังที่ต่าง ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านธุดงค์เข้าไปใกล้ชายแดนพม่าและมีชาวพม่านำกลดมาถวาย ด้วยความที่ท่านมีความสนใจในเรื่องศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่าง ๆ อยู่แล้ว รู้สึกชอบกลดที่ชาวบ้านนำมาถวายจึงสอบถามถึงที่มา ชาวพม่าที่นำกลดมาถวายได้เล่าให้ฟังว่า เมืองที่เขาอยู่นั้นมีการทำกลดกัน ท่านจึงเดินทางเข้าไปในเมืองพม่า แล้วได้เห็นจริงตามที่ขาวพม่าผู้นั้นบอก ท่านมีความเห็นว่ากลดซึ่งมีลักษณะเหมือนร่มนี้ใช้กันแดดกันฝนได้ ทำจากวัสดุที่หาง่าย และสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก

พระอินถาตั้งใจศึกษาฝึกฝนจนสามารถทำร่มหรือกลดชนิดนี้ได้ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับมายังบ้านบ่อสร้างเพื่อเผยแพร่วิธีการทำร่ม โดยใช้วัดเป็นโรงเรียน ชาวบ้านมาสนใจเรียนการทำร่มจำนวนมาก โดยฝ่ายชายศึกษาเรื่องการทำโครงร่มโดยใช้ไม้บงหรือไม้ไผ่ ฝ่ายหญิงศึกษาเรื่องการทำกระดาษสาสำหรับใช้คลุมร่ม ไม่นานนักก็สามารถทำกันได้ จนกลายเป็นอาชีพหนึ่งรองจากการทำนา

จึงเกิดเป็นหมู่บ้านทำร่มขึ้นมาโดยเฉพาะ จนบ่อสร้างมีชื่อเสียงในการทำร่มมาจนถึงทุกวันนี้

ร่มบ่อสร้าง ร่มผ้าแพร

วิวัฒนาการของร่มบ่อสร้าง

แรกเริ่มในสมัยที่พระอินถานำงานทำร่มกระดาษสามาเผยแพร่ที่บ้านบ่อสร้างนั้น ท่านใช้กระดาษสาที่ได้จากต้นปอสาของป่าแถมหมู่บ้าน ตัวโครงก็ใช้ไม้บง หัวและตุ้มหรือจุกร่มใช้ไม้ส้มเห็ด คันร่มใช้ไม้รวก มียางตะโกเป็นกาวแล้วทาทับกระดาษสาด้วยน้ำมันยางเพื่อกันแดดกันฝน

ต่อมาก็ยังคงใช้โครงไม้บงหรือไม้ไผ่ แต่มีการนำพวกเปลือกไม้ ดินแดงและเขม่า ไปผสมยางไม้มาย้อมทาแทน จนเกิดเป็นสีดำและสีแดง

ทุกขั้นตอนล้วนต้องอาศัยฝีมือและความชำนาญ ชาวบ้านรุ่นนั้นทำร่มขึ้นเพื่อไปถวายวัดในเทศกาลงานบุญ หากทำได้จำนวนมากก็จะนำไปขายในเมือง

เมื่อขายดีเป็นที่นิยมก็มีการส่งเสริมการผลิตกันอย่างจริงจัง โดยเพิ่มการวาดสีสันลวดลายให้เกิดความงดงาม การทำร่มกระดาษสาจึงไม่ได้ทำขึ้นเพียงเพื่อใช้ในครอบครัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นอาชีพหลักของคนบ่อสร้างไปเสียแล้ว

การทำร่มกระดาษสาที่บ้านบ่อสร้าง ต้องอาศัยวัสดุอุปกรณ์หลายอย่างซึ่งแน่นอนว่าคนบ่อสร้างไม่สามารถผลิตชิ้น ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ได้เองทั้งหมดดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของแหล่งผลิตอื่นที่ต้องทำ อุปกรณ์มาขาย ให้แก่บ่อสร้างโดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง อาทิ หมู่บ้านต้นเปารับหน้าที่ทำกระดาษสา บ้านแม่ฮ้อยเงินทำด้ามร่ม บ้านต้นแหนทำโครงร่ม ซี่ร่ม ฯลฯ

ในช่วงแรกโครงเหล็กใช้ผ้าใบหรือพลาสติกแพร่หลายเข้ามาทำให้ร่มกระดาษสาบ่อสร้างเกือบเลิกการผลิตไปเหมือนกัน ชาวบ้านที่เคยยึดอาชีพทำร่มต้องหันไปประกอบอาชีพอื่น แต่ไม่นานนักก็มีผู้ตั้งศูนย์หัตถกรรมการทำร่มบ่อสร้างขึ้น ซึ่งในที่สุดก็กลายเป็นแหล่งผลิตร่มกระดาษสาบ่อสร้างจึงคืนสู่สังเวียน หัตถกรรมชั้นแนวหน้าของเชียงใหม่อีกครั้งในฐานะสัญลักษณ์เมืองเชียงใหม่ อย่างเต็มภาคภูมิ และเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดศูนย์หัตถกรรมร้านรวงใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย

ที่มา ชมรมส่งเสริมสล่าล้านนา
http://www.salahlanna.com

Posted by: umbrella666 | 27 ธันวาคม 2009

งานร่มบ่อสร้าง

การทำร่มบ่อสร้าง เป็นอาชีพหัตถกรรมของชาวอำเภอสันกำแพง ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของชาวเชียงใหม่และประเทศไทย และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ในอดีตชาวบ้านบ่อสร้างได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านทำร่มกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ชาวบ้านเกือบทุกคนของหมู่บ้านนี้มีฝีมือในกันทำร่มที่ประณีต สวยงามและคงทน เฉกเช่นที่บรรพชนได้ถ่ายทอดไว้

เมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมามีพระภิกษุรูปหนึ่งมีนามว่าหลวงพ่ออินถา อยู่สำนักวัดบ่อสร้าง ทรงปฏิบัติธรรมด้วยการเดินธุดงค์อยู่เป็นประจำ มีนิสัยชอบดู ชอบฟัง ชอบศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆจนครั้งหนึ่งท่านได้ธุดงค์ไปทางทิศเหนือ ใกล้กับประเทศพม่า และในวันหนึ่งได้มีชาวพม่านำกลดมาถวาย ซึ่งท่านก็ได้มีความสนใจว่ากลดนี้ทำอย่างไรจึงสะดวกในการใช้ป้องกันแดดและฝน จึงได้สอบถามที่อยู่ของชาวพม่าผู้นั้น และได้เดินทางเข้าประเทศพม่าเพื่อต้องการศึกษาวิธีทำกลดให้ได้ เมื่อไปถึงถิ่นที่ได้ทำกลดนั้นท่านก็ได้เห็นชาวบ้านทำร่มใช้ ซึ่งทำด้วยกระดาษสาทั้งสิ้น ท่านก็ได้สอบถามถึงวิธีการขั้นตอนตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ทำร่ม และชาวบ้านก็ได้อธิบายถึงวิธีการทำและขั้นตอนต่างๆ จนครบถ้วน และท่านก็ได้ทำการบันทึกไว้เป็นขั้นตอนและได้เดินทางกลับ เมื่อกลับถึงวัดก็ได้ทำการสอนวิธีการทำร่มให้แก่ชาวบ้านตั้งแต่ขั้นตอนการทำ กระดาษสา ทำกลอน ทำส่วนหัว ทำตุ้ม ทำคันร่ม ซึ่งชาวบ้านยังคงไม่สนใจมากนัก เพียงแต่นำไปใช้บ้างในการเดินทางเพื่อกันแดดกันฝน และเมื่อชาวหมู่บ้านอื่นได้เห็นก็มีการสั่งซื้อ ดังนั้นชาวบ้านจึงได้ให้ความสนใจมากขึ้น และได้ทำการแก้ไขดัดแปลงพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ และทำเป็นงานอดิเรกนอกเหนือจากการทำนา

ครั้นในปี พ.ศ.2484 ชาวบ้านก็ได้รวมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้น และชักชวนให้ประชาชนได้ทำร่มขนาดต่างๆ ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2500 ทางศูนย์อุตสาหกรรมภาคเหนือก็ได้เข้ามาช่วยเหลือในการสอนทำกระดาษสาสินค้า ร่มได้พัฒนาขึ้นเป็นร่มที่มีการวาดลวดลายดอกไม้ ภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ จนกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและส่งออกขายยังต่างประเทศ ร่มของบ้านบ่อสร้างได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่าง ชาติ ทั้งมาสัมผัสการทำร่ม ทำพัด อย่างใกล้ชิด เรียนรู้ขั้นตอนการทำร่ม พร้อมทั้งซื้อไปเป็นของฝาก ของตกแต่งบ้าน เป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านบ่อสร้างมาอย่างต่อเนื่อง ทางราชการจึงมีดำริให้จัดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพงเป็นครั้ง แรกเมื่อพ.ศ.2526

ร่มบ่อสร้าง ร่มเชียงใหม่ ร่มผ้าไหม

ปัจจุบันร่มบ่อสร้างได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านและของจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลต้นเปา ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้น บ้านให้คงอยู่สืบไป ภายใต้การบริหารงานของนายศรีทูรย์ ไชยซาววงศ์นายกเทศมนตรีตำบลต้นเปา จึงได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอสันกำแพง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ จัดให้มีงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพงทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการผลิตหัตถกรรมของคนท้องถิ่น เช่น ร่ม พัด ไม้แกะสลัก เครื่องเงินเครื่องเขิน ผ้าทอพื้นเมืองกระดาษสา และสินค้าชุมชนที่ผลิตจากภูมิปัญญาชาวบ้านในอำเภอสันกำแพง ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุคน

เทศกาลร่มบ่อสร้างนี้ได้รับการบรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของการท่อง เที่ยวแห่งประเทศไทย โดยกำหนดให้จัดงานในวันศุกร์ที่ 3 ของเดือนมกราคมของทุกปี จึงเป็นงานที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าชม และซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และในปี 2553 ได้กำหนดจัดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพงครั้งที่ 27 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 15-17 มกราคม 2553 บริเวณหมู่บ้านบ่อสร้าง หมู่ที่ 3 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

จึงขอเชิญนักท่องเที่ยว ผู้สนใจ เข้าเที่ยวชมเทศกาลในครั้งนี้ หากต้องการเดินทางมาเป็นหมู่คณะ เทศบาลต้นเปายินดีอำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับเป็นพิเศษ โดยท่านสามารถติดต่อประสานงานได้ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลต้นเปา 989 หมู่ 7 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ. เชียงใหม่ 50130 โทรศัพท์/โทรสาร 053-338048-9 ต่อ 130

ที่มา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2009
โดย นภาพร/เชียงใหม่

Posted by: umbrella666 | 23 สิงหาคม 2008

ประวัติร่มบ่อสร้าง

ร่มบ่อสร้าง มีประวัติตำนานเล่าขานกันมานานนับร้อยปีว่า มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งชื่อพระ อินถา แห่งสำนักวัดบ่อสร้าง ได้เดินทางท่องธุดงด์ไปสถานที่ต่างๆจนกระทั่งถึงแถบชายแดนไทย – พม่า มีชาวพม่าใจบุญนำร่มมาถวายเพื่อใช้ป้องกันแดดฝน เมื่อพระอินถาได้เห็นร่มแปลกตาจึงไต่ถามว่า ได้มาจากแห่งหนใดจึงได้ขอติดตามไปเพื่อให้ได้เห็นที่มาของร่ม ท่านได้ศึกษาวิชาการทำร่มอย่างจริงจัง และจดจำได้แม่นยำ พร้อมนำกลับมาทำที่บ่อสร้าง จนเกิดเป็นโรงเรียนฝึกสอนวิชาทำร่มให้กับชาวบ้าน และกลายเป็นอาชีพของคนบ่อสร้างมาจนถึงปัจจุบัน

ร่มบ่อสร้าง เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดเชียงใหม่มาช้านานหลายชั่วอายุคนแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะต้องแบ่งเวลาแวะเวียนไปที่อำเภอสันกำแพง เพื่อชมและเลือกซื้อร่มบ่อสร้างที่“บ้านบ่อสร้าง”เป็นที่ระลึกติดมือกลับมา ชาวบ่อสร้างทั้งตำบลรวมไปถึงอีก 8 หมู่บ้านในตำบลใกล้เคียงของพื้นที่อำเภอสันกำแพง และอำเภอดอยสะเก็ดในจังหวัดเชียงใหม่ล้วนแต่เป็นแหล่งผลิตร่มด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่างานทำมือของชาวบ้านได้กลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยครัวเรือนในหลายๆหมู่บ้าน

ร่มบ่อสร้าง

การผลิตชิ้นส่วนร่ม เป็นหน้าที่ของแรงงานที่เป็นชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านตั้งแต่รุ่นพ่อเฒ่าแม่เฒ่าลงมาจนถึงคนหนุ่มสาวนับพันๆคน ดังนั้นบ่อสร้างจึงเป็นเพียงหมู่บ้านประกอบร่มโดยมีชิ้นส่วนต่างๆของร่มเดินทางมาจากต่างหมู่บ้าน ซึ่งส่วนประต่างๆของร่มที่เกิดจากแรงงานใต้ถุนบ้านและกระจายกันอยู่ทั่วไปก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่เป็นจุดสุดท้าย

การทำร่มบ่อสร้าง มีมานับร้อยปี ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงมีความถนัดในการทำร่มแตกต่างกันไปตามชิ้นส่วนที่ได้รับมอบหมายในการผลิต เช่น หมู่บ้านสันพระเจ้างาม ผลิตหัวร่มและตุ้มร่ม บ้านออนทำโครงร่ม บ้านหนองโค้งหุ้มร่ม และลงสี บ้านแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ดผลิตด้ามร่ม บ้านต้นเปาผลิตกระดาษสา แต่การประกอบชิ้นส่วนของร่มทั้งหมดจะมารวมกันอยู่ที่บ่สร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบายลวดลาย และสีสันบนผืนร่มที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อันเลื่องชื่อของร่มบ่อสร้าง มีกลเม็ดเคล็ดลับในการทำร่มอยู่ที่การใช้แป้งเปียกผสมน้ำมะโก้ติดผ้า หรือกระดาษเข้ากับร่มทำให้ติดทนนานไม่หลุดร่อนก่อนเวลาอันควร และเวลาลงสีน้ำมันที่ต้องผสมกับน้ำมันมะมื้อหรือน้ำมันตังอิ๊วที่ทำให้ร่มทนแดด ทนฝน และใช้งานได้จริงไม่ว่าหน้าฝนหรือหน้าร้อน เพราะฉะนั้นนอกจากร่มบ่อสร้างจะเป็นของที่ระลึกสวยงามแล้วยังสามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้เป็นอย่างดี

ร่มบ่อสร้าง เป็นสินค้าพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สาเหตุที่เรียกว่าร่มบ่อสร้างเพราะร่มนี้ผลิตกันที่บ้านบ่อสร้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

Posted by: umbrella666 | 23 สิงหาคม 2008

ร่มบ่อสร้าง ร่มเชียงใหม่

ถ้าเอ่ยถึง ร่มบ่อสร้าง แล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่รู้หรือไม่ ว่าร่มคันเล็กนี้ มีแหล่งผลิตมาจากที่ไหนกัน

ร่มบ่อสร้าง เป็นสินค้าพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ สาเหตุที่เรียกว่าร่มบ่อสร้างเพราะร่มนี้ผลิตกันที่บ้านบ่อสร้าง สมัยก่อนชาวบ้านจะทำร่มกันใต้ถุนบ้าน แล้วนำออกมาวางเรียงรายเต็มกลางลานบ้านเพื่อผึ่งแดดให้แห้ง สีสันและลวดลายบนร่มนั้นสะดุดตาผู้พบเห็น มีทั้งหมด ๓ ชนิดด้วยกัน คือ ร่มที่ทำด้วยผ้าแพร ผ้าฝ้าย และกระดาษสา แต่ละชนิดมีวิธีทำอย่างเดียวกัน ปัจจุบันถ้าหากนักท่องเที่ยวประสงค์จะชมขั้นตอนการผลิต ไปชมได้ที่ศูนย์อุตสาหกรรมทำร่ม ไปตามถนนสายเชียงใหม่-สันกำแพง ๙ กิโลเมตร และมีทางแยกซ้ายมือเข้าไป (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)

ร่มบ่อสร้าง ร่มเชียงใหม่

ภาพจาก นายรอบรู้

แนะนำร้านจำหน่ายร่มสนาม ร่มบ่อสร้าง คลิ๊ก

หมวดหมู่